แชร์

ความยุติธรรมทางเพศ: ก้าวสำคัญสู่สังคมไทยเท่าเทียม

อัพเดทล่าสุด: 20 ต.ค. 2025
751 ผู้เข้าชม
พื้นฐานและบริบทของโครงการ
โครงการ ริเริ่มความยุติธรรมทางเพศและสิทธิทางเพศ เป็นความร่วมมือระดับภูมิภาคที่มุ่งแก้ไขช่องว่างเชิงโครงสร้างในประเด็นเพศและสิทธิทางเพศ ภายในนโยบายและบริการด้านสุขภาพ โดยเฉพาะในบริบทของ เอชไอวี วัณโรค และมาลาเรีย ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ในประเทศไทย โครงการนี้ดำเนินงานโดย มูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (SWING Foundation) ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปีในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน การป้องกันเอชไอวี และการส่งเสริมสุขภาวะของกลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) คนข้ามเพศ พนักงานบริการ และเยาวชนชายกลุ่มเปราะบาง

การสนับสนุนจาก Linitiative และ Expertise France เปิดโอกาสให้ SWING สามารถพัฒนาแนวทางใหม่ในการ เชื่อมโยงมิติสุขภาพเข้ากับมิติสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมทางเพศ สร้างรากฐานให้กับการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่ยั่งยืนในระดับประเทศ


เป้าหมายและวัตถุประสงค์
เป้าหมายหลักของโครงการคือ การพัฒนาและผลักดันนโยบายด้านเอชไอวี วัณโรค และมาลาเรีย ให้ตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของ ผู้หญิง เด็กหญิง และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในประเทศไทย

โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ คือ

  1. สร้างพื้นที่การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมและชุมชน เพื่อร่วมกันสนับสนุนความยุติธรรมทางเพศและสิทธิทางเพศ
  2. ส่งเสริมศักยภาพขององค์กรภาคประชาชน ในการผลักดันนโยบายและมาตรการที่ลดความเหลื่อมล้ำทางเพศในระบบสุขภาพ
  3. สร้างระบบข้อมูลและกลไกการติดตามประเมินผล ที่สามารถสะท้อนสถานการณ์จริงของความเท่าเทียมทางเพศในมิติสุขภาพ


การดำเนินงานในปี 2025: จากข้อมูลสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย
ภายใต้การดำเนินงานปี 2025 โครงการได้เริ่มต้นกระบวนการสำคัญหลายประการ ได้แก่

  1. การจัดตั้งคณะที่ปรึกษาด้านความยุติธรรมทางเพศและสิทธิทางเพศในมิติสุขภาพเป็นเวทีรวมตัวของนักวิชาการ ภาคประชาสังคม และตัวแทนชุมชน เพื่อกำหนดทิศทางเชิงนโยบายร่วมกัน
  2. การจัดทำรายงานสถานการณ์ด้านความยุติธรรมทางเพศในมิติสุขภาพรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์จากกลุ่มประชากรหลัก เช่น MSM, transgender, sex workers, youth รวมถึงผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากระบบบริการสุขภาพ เพื่อชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคและช่องว่างทางกฎหมาย
  3. การพัฒนาแผนปฏิบัติการระดับชาติ (Action Plan)เพื่อใช้เป็นแนวทางผลักดันความยุติธรรมทางเพศในระบบบริการสุขภาพไทยให้ครอบคลุมและเท่าเทียมมากขึ้น
  4. การออกแบบเครื่องมือวัดและประเมินผลเพื่อประเมินความก้าวหน้าและประสิทธิผลของนโยบายที่เกี่ยวข้องกับความเท่าเทียมทางเพศ


สาระเชิงนโยบาย: ช่องว่าง ความเหลื่อมล้ำ และทิศทางการปฏิรูป
แม้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 จะรับรองหลักการความเสมอภาคและห้ามการเลือกปฏิบัติ รวมถึงการเลือกปฏิบัติทางเพศ แต่ในทางปฏิบัติ กรอบกฎหมายไทยส่วนใหญ่ยังคงอยู่บนฐานชายหญิงแบบทวิลักษณ์ ซึ่งจำกัดการคุ้มครองบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศหลากหลาย

ตัวอย่างเช่น

  • พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 แม้สนับสนุนหลักการต่อต้านการเลือกปฏิบัติ แต่ยังมีช่องว่างในทางปฏิบัติ
  • บุคคลข้ามเพศไม่สามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อในเอกสารราชการ ส่งผลให้ถูกเลือกปฏิบัติในระบบการศึกษา การทำงาน และการเข้าถึงบริการสุขภาพ
  • กฎหมายที่ทำให้การค้าบริการทางเพศเป็นอาชญากรรม ยังคงผลักกลุ่มพนักงานบริการให้เผชิญความเสี่ยงและการเลือกปฏิบัติทางสังคม
  • กลุ่มแรงงานเพศต่างชาติยังคงถูกจำกัดสิทธิในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขและการคุ้มครองทางกฎหมาย

ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีนัยสำคัญด้วย การรับรองการสมรสเท่าเทียม ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของการได้รับสิทธิมรดก การตัดสินใจทางการแพทย์ และสิทธิในการอุปการะบุตรบุญธรรม ทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านสิทธิ LGBTQI+ ในระดับภูมิภาค

นอกจากนี้ การผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติต่อต้านการเลือกปฏิบัติ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งในการเสริมสร้างระบบคุ้มครองประชากรกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้หญิง กลุ่มชาติพันธุ์ บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ และผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อ HIV ให้ได้รับความเท่าเทียมในด้านการจ้างงาน การเข้าถึงบริการ และการมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับผู้อื่น


บทบาทของ SWING Foundation: จากพื้นที่บริการสู่พื้นที่นโยบาย
ด้วยประสบการณ์ตรงจากการทำงานระดับชุมชน SWING ตระหนักว่า สุขภาพไม่อาจแยกออกจากสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
การเข้าถึงบริการเอชไอวีหรือบริการสุขภาพทางเพศของกลุ่มเป้าหมายอย่าง MSM, transgender, sex workers และเยาวชน จะไม่ยั่งยืน หากยังมีโครงสร้างทางสังคมและกฎหมายที่เลือกปฏิบัติ

SWING จึงมุ่งสร้าง สะพานเชื่อมระหว่างชุมชนและนโยบาย

  • จากเสียงของผู้ได้รับผลกระทบจริงในพื้นที่
  • สู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่มีข้อมูลรองรับ
  • และต่อยอดเป็นการผลักดันในระดับประเทศ ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ


ทิศทางต่อไป: ความยุติธรรมทางเพศคือรากฐานของสังคมที่ยั่งยืน
โครงการริเริ่มความยุติธรรมทางเพศและสิทธิทางเพศ ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ด้วยการสนับสนุนจาก Linitiative และ Expertise France SWING Foundation จะเดินหน้าทำงานต่อเนื่องเพื่อ

เสริมพลังภาคประชาสังคมให้มีบทบาทเชิงนโยบายมากขึ้น
ขยายผลการเรียนรู้สู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
และร่วมสร้างระบบสุขภาพที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน
เพราะ ความยุติธรรมทางเพศไม่ใช่เพียงประเด็นของเพศใดเพศหนึ่ง
แต่คือหัวใจของการสร้างสังคมที่มีศักดิ์ศรี เสมอภาค และยั่งยืนสำหรับมนุษย์ทุกคน


SWING Foundation
ร่วมสร้างความเท่าเทียมทางเพศและสิทธิทางสุขภาพในประเทศไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง
ถอดรหัส 3 ประเด็นน่าทึ่ง จากดราม่า #ไอซ์รักชนก เมื่อการขุดประวัติกลายเป็นบทเรียนราคาแพงของสังคม
ในภูมิทัศน์การเมืองร่วมสมัยที่มักเต็มไปด้วยความเกลียดชัง การโจมตีตัวบุคคลได้เข้ามาแทนที่การถกเถียงเชิงนโยบายอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายเป็นนักการเมืองหญิงที่มักต้องเผชิญการคุกคามในมิติที่ซับซ้อนและเป็นส่วนตัวยิ่งกว่า ตั้งแต่การถูกเรียกด้วยคำดูถูกอย่าง ‘สก๊อย’ ไปจนถึงการใช้ AI สร้างคลิปอนาจารเพื่อทำลายชื่อเสียง กรณีความขัดแย้งล่าสุดระหว่าง รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ และ สส.รักชนก ศรีนอก จึงได้กลายเป็นกรณีศึกษาที่ทรงพลัง เพราะเหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงดราม่าบนโลกออนไลน์ แต่ได้เผยให้เห็นรอยร้าวลึกของสังคมไทยในมิติที่ซับซ้อนและน่าทึ่ง ทั้งในประเด็นเรื่องชนชั้น กลยุทธ์ทางการเมือง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
31 ธ.ค. 2025
SWING Thailand ร่วมเวทีพัฒนาแผนปฏิบัติ (Action Plan) ครั้งที่ 3
SWING Thailand ร่วมเวทีพัฒนาแผนปฏิบัติ (Action Plan) ครั้งที่ 3 เพื่อขับเคลื่อนกฎหมายเท่าเทียมทางเพศในสังคมไทย
8 ต.ค. 2025
หอบ 1.3 หมื่นชื่อ ยื่นร่างพ.ร.บ.ยกเลิกกฎหมายค้าประเวณี ขจัดเลือกปฏิบัติ-เข้าถึงสิทธิ
หอบ 1.3 หมื่นรายชื่อ ยื่นร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกกฎหมายค้าประเวณี ไม่ต้องถูกเลือกปฏิบัติ ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เข้าถึงสิทธิเช่นเดียวกับอาชีพอื่น เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2568 ที่รัฐสภา น.ส.นัยนา สุภาพึ่ง ผู้แทนมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ และคณะ ยื่นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 พ.ศ. …. พร้อมรายชื่อผู้สนับสนุน จำนวน กว่า 13,000 รายชื่อ ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาฯ รับแทน
17 ก.พ. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ